นางปิยธิดา บำรุงรักษ์ ประธานกรรมการ บริษัท อินโนไบโอติก จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ดร. จี บิฟิดัส กล่าวว่า จากกระแสเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังเริ่มเป็นที่นิยมในประเทศไทย บริษัทจึงได้ร่วมมือกับบริษัท Innobiotic “ และ ภก. ณัฐชาศิษฐ์ พงษ์เขตกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านโปรไบโอติก ในการนำเข้าผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสุดล้ำ อย่าง ดร. จี บิฟิดัส (Dr.G Bifidus) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์โปรไบโอติกระดับ World Class Product ที่ได้รับความนิยมวางจำหน่ายไปทั่วโลกเพื่อมาช่วยดูแลสุขภาพลำไส้และภูมิคุ้มกัน ช่วยสร้างสมดุลชีวิตและสมดุลสุขภาพให้แก่คนไทยโดยในประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 24 ที่ได้นำเข้ามาจัดจำหน่าย 

สำหรับผลิตภัณฑ์ ดร. จี บิฟิดัส เจาะกลุ่มเป้าหมายคนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเอง และต้องการหาตัวช่วยในการจัดการปัญหาสุขภาพให้เป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวกับสุขภาพลำไส้ โดยฐานลูกค้าจะอยู่ในกลุ่ม Mid- End  จนถึงระดับ Hi- End อาทิ กลุ่มคนอายุ 30+ ขึ้นไป , คนวัยทำงาน ที่มีพฤติกรรมความเครียด ,คนที่มีพฤติกรรมการทานไม่ดี ไม่ว่าจะเป็น ทานอาหารสำเร็จรูป ใช้ชีวิตเร่งรีบ ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ หรือ ผู้ที่มีปัญหาการขับถ่ายที่รบกวนชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ท้องผูก ท้องอืด ขับถ่ายไม่เป็นเวลา ฯลฯ  โดยขณะนี้เราได้เริ่มวางจำหน่ายแล้ว ตามช่องทางออนไลน์ คลินิก ร้านขายยา และโมเดริ์นเทรก รวมถึงในอนาคตมีเป้าหมายที่จะวางขายตามโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศอีกด้วย ซึ่ง

 ผู้บริหารสาว กล่าวต่อว่า  ในปีนี้เราได้วางงบลงทุนลุยทำตลาดของผลินภัณฑ์ ดร. จี บิฟิดัส ไว้ที่ประมาณ 15 -20 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดขายในปีแรกไว้ที่ประมาณ 50 ล้านบาท โดยผ่านกลยุทธ์ที่เราไว้วางไว้ปีนี้คือเราจะสร้างการรับรู้และสร้าง Value Leader  ให้กลายเป็นแบรนด์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพติดอันดับ 1 ในไทยได้ภายใน 6 เดือนแรก ผ่านกิจกรรมที่เราวางไว้คือ การสร้างแคมเปญให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหาสุขภาพลำไส้ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตเพื่อรณรงค์ให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น จากสุขภาพที่ดีจากภายในก่อน แล้วถึงจะส่งออกมาสู่ลักษณะภายนอก นอกจากนี่เราจะมุ่งเน้นให้ความสำคัญในเรื่องการบริการ ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญอีกอย่างของแบรนด์เรา อีกทั้ง เน้นการเพิ่ม Engagement หรือความผูกพันธ์ที่ดีระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคให้มากขึ้น เพื่อให้เป็นภาพลักษ์ของแบรนด์ที่ผู้คนรัก ให้ความไว้ใจ และเชื่อมั่น ว่าเราใส่ใจสุขภาพของผู้คนอย่างแท้จริง

นอกจากจะเน้นโฟกัสสร้างการรับรู้ทำตลาดในประเทศไทยแล้ว เรายังมีแผนในอนาคตจะทำการขยายตลาดไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านแถบเออีซีด้วยเนื่องจากว่าเรามีพันธมิตรที่คอยสนับสนุนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และอีกทั้ง สินค้าตัวนี้ มีชื่อเสียงและเป็นที่โด่งดังมากในประเทศเพื่อนบ้าน จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถตีตลาดประเทศเพื่อนบ้านได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ สำหรับภาพรวมตลาดอาหารเสริมเพื่อความงามในปีนี้คาดว่าจะยังคงมีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงความต้องการของผู้คนที่ต้องการความให้สุขภาพของตนแข็งแรงกันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีนี้ ที่นับว่าเป็นช่วงที่พีคที่สุดของอาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่เติบโต ขยายตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปีก่อนหน้าถึงกว่า 11.5% เลยทีเดียว

โดย : https://www.siamturakij.com/news/36328

ติดต่อเรา